วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

จิตอาสา

ปฐมเหตุ
              สมัยเป็นเด็ก  หน้าบ้านฉันจะเป็นทุ่งนาสีเขียวหลังทุ่งนาจะเป็นทิวเขาซ้อน ๆ กัน เหมือนภาพวาดของเด็กนักเรียนในสมัยนั้น  ยามเช้าฉันตื่นขึ้นมาและมองท้องฟ้าจากระเบียงหน้าบ้าน  จะเห็นท้องฟ้ายามอรุณที่เริ่มระบายสีสรรสวยงาม  เป็นความงามตามธรรมชาติที่หาได้ยากในสมัยนี้  ฉันมองท้องฟ้าในยามนั้น  มีความรู้สึกเป็นสุข สงบ  หัวใจฉันเบ่งบานรับท้องฟ้าที่สวยงามนั้น      ต่อมาฉันก็นึกเห็นภาพแม่ของฉันที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือพวกผู้หญิงที่มีเรื่องทะเลาะกับสามี  และถูกสามีทำร้ายร่างกาย  แม่ฉันจะคอยให้ที่หลบซ่อนแก่บรรดาพี่ผู้หญิงที่ถูกทำร้าย  และไม่มีสามีคนไหนที่มาตามภรรยาตัวเองเจอในบ้านฉัน  จนกว่าเหตุการณ์จะสงบและถึงเวลาที่สองฝ่ายจะสามารถเจรจากันได้  อาจจะเป็นความประทับใจในสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันต้องมาทำงานสังคมสงเคราะห์ที่ต้องรับรู้ปัญหาของผู้คนในสังคม รวมทั้งต้องให้ความช่วยเหลือและคลี่คลายปัญหาของพวกเขา  ฉันทำงานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์มานาน  20  กว่าปีแล้ว ปัจจุบันนี้พี่ชายยังมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่า บรรดาเพื่อนบ้านของเรายังมีคนแก่  คนตกงานและคนที่ลำบากในเรื่องการทำมาหากิน พี่ชายฉันชอบปลูกต้นไม้เหมือนพ่อ  บริเวณบ้านจะปลูกไผ่หวาน และพืชผักอื่น ๆ ซึ่งบรรดาเพื่อนบ้านของเราก็มักจะเดินมาหาอาหารในบ้านอย่างสม่ำเสมอ  เพราะประตูรั้วบ้านฉันไม่ได้ปิดเหมือนบ้านที่อยู่ในเมือง  ฉันมาคิดดูการทำงานหลังเกษียณ  ฉันน่าจะทำประโยชน์ให้กับผู้คนที่ยังประสบปัญหาทางสังคมอยู่ แม้จะมีคนบอกว่า ฉันอายุมากแล้ว ถึงวัยควรต้องพักผ่อนได้แล้ว ต่อไปจะเป็นหน้าที่ของคนอื่นๆ ที่อยู่ในวัยทำงานสานต่อ  แต่คำว่า "จิตอาสา" คงไม่จำกัดในเรื่องอายุหรอกนะ ถ้าเราสามารถทำได้
             ปัจจุบัน ฉันยังเป็นนักสังคมสงเคราะห์อยู่ และก็มีผู้ที่เดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือที่หน่วยงานของฉันเป็นประจำไม่ได้ขาด วันนี้มีชายคนหนึ่งอายุ 50 ปีเศษ มาขอความช่วยเหลือโดยเล่าให้ฟังว่าได้ขายบ้านพร้อมที่ดินไปแล้ว ขณะนี้กำลังจะปลูกบ้านใหม่บนที่ดินของภรรยา  เงินทองจากการขายบ้านได้นำไปใช้หนี้สินที่มีอยู่ ขณะนี้จึงไม่มีเงินเพียงพอจะปลูกบ้านใหม่หลังเล็ก ๆ สักหลังหนึ่ง สำหรับสมาชิกครอบครัว 4 คนประกอบด้วย พ่อ แม่และลูกชาย 2 คน ชายคนนี้มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  ภรรยาทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่โรงพยาบาลจังหวัด  ลูกชายคนโตเรียนจบชั้น ม.6 และทำงานรับจ้างเพนท์เสื้อ ที่ร้าน
ไม่ไกลจากบ้านนัก  ลูกชายคนเล็กเรียนชั้น ป.5  โรงเรียนในหมู่บ้าน  การขอความช่วยเหลือนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกันยายน  ซึ่งงบประมาณช่วยเหลือหมดไปแล้ว  ฉันได้ชี้แจงให้ชายคนนี้ฟังซึ่งเขาก็รับทราบ  งบประมาณใหม่ ปี 54 จะเริ่มในเดือนตุลาคม  เขามาติดตามเรื่องที่ได้ขอความช่วยเหลือไว้ ซึ่งเขาเล่าว่าได้ไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากจังหวัด  ที่ว่าการอำเภอ  เทศบาล  ผู้ใหญ่บ้าน ส.ส
สท.และโทร.ไปที่ 111 ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่เขาไปขอความช่วยเหลือนั้น ไม่สามารถช่วยได้เนื่องจากการปลูกสร้างบ้านใหม่ไม่เข้าข่ายกฎหมายและข้อระเบียบใด ๆ ในการที่จะช่วยเหลือ แต่ก็มีปลัดเทศบาล
เห็นใจได้ให้เงินส่วนตัวช่วยเหลือไป 500 บาท ซึ่งเขาก็พยายามพูดเพื่อให้ฉันใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือเขาบ้าง

        ท่านอยากรู้บ้างหรือยังว่า ฉันที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือชายคนนั้นหรือไม่  ถ้าช่วยหรือไม่ช่วยฉันมีเหตุผลอะไร รอคำตอบอยู่นะคะ